วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
10 ข้อน่าตะลึงเกี่ยวกับฮาร์ดดิสก์ : CHIP
[1] ข้อมูลทะลักโลก: 988,000,000,000,000 เมกะไบต์
จากผลสำรวจที่ IDC ประกาศให้ทราบเกี่ยวกับปริมาณข้อมูลทั้งหมดที่ถูกเก็บไว้บนฮาร์ดดิสก์ทั่ว โลกในปี 2006 ว่ามีจำนวนถึง 161 Exabytes นั้น ทำให้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2010 ปริมาณข้อมูลจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 988 Exabytes หรือเกือบหนึ่งพันล้านล้านเมกะไบต์!
[2] ขนาดที่แท้จริง
ทั้งๆ ที่เราเห็นและสามารถจับต้องฮาร์ดดิสก์ได้แต่ภายนอก แต่ไม่รู้ว่าผู้ผลิตจะอ้างตัวเลขที่เป็นขนาดของจานแม่เหล็กที่อยู่ภายในไป ทำไม ยกตัวอย่างเช่น ฮาร์ดดิสก์ขนาด 3.5 นิ้วที่จริงๆ แล้วตัวบอดี้ของมันจะมีความกว้างประมาณ 10 เซนติเมตร หรือ 3.937 นิ้ว
[3] ฮาร์ดดิสก์ตัวแรกของโลก
ในปี 1956 หน่วยเก็บข้อมูลที่มีชื่อว่า IBM 350 ถูกสร้างขึ้นเพื่อบรรจุเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องคอมพิวเตอร์ IBM 305 RAMAC โดยมีหัว 2 หัวทำหน้าที่อ่าน-เขียนข้อมูลบนแผ่นจานแม่เหล็กขนาด 24 นิ้วจำนวน 50 แผ่นที่หมุนด้วยความเร็ว 1200 รอบต่อนาที ซึ่งทั้งหมดนี้ให้พื้นที่เก็บข้อมูลเพียง 4.4MB เท่านั้น
[4] บกพร่องโดยสุจริต
การคำนวณขนาดของฮาร์ดดิสก์นั้น ทางฝั่งของผู้ผลิตจะอิงขนาดด้วยตัวเลขฐาน 10 เป็นพื้นฐาน โดยหนึ่งกิกะไบต์จะเท่ากับ 10^9 ไบต์ ในขณะที่คอมพิวเตอร์จะทำงานบนพื้นฐานของเลขฐาน 2 ดังนั้นหนึ่งกิกะไบต์จึงเท่ากับ 2^30 หรือ 1,073,741,824 ไบต์ ด้วยเหตุนี้ ในความเป็นจริงฮาร์ดดิสก์ขนาด 250GB จะมีขนาดเพียง 232GB เท่านั้น
[5] กฏของมัวร์ รวมถึงฮาร์ดดิสก์ด้วย
ความจุสูงสุดของฮาร์ดดิสก์จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกๆ 12 เดือน – เป็นปรากฏการณ์ที่เราจะได้เห็นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยปัจจุบันฮาร์ดดิสก์ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไปมีความจุสูงถึง 1.5TB แล้ว
[6] ราคาสวนทางกับความจุ
ปัจจุบัน เงินแค่ 4 บาทก็สามารถแลกพื้นที่เก็บข้อมูลได้ถึง 1 กิกะไบต์แล้ว ในทางกลับกัน ฮาร์ดดิสก์ ST506 ขนาด 5.25” ความจุ 5.5MB ที่ Seagate เปิดตัวสู่ตลาดเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1980 นั้น มีราคาต่อความจุสูงถึง 12,500 บาทต่อ 1MB เลยทีเดียว
[7] ยิ่งนานยิ่งแน่น
ฮาร์ดดิสก์ที่ใช้เทคโนโลยีการบันทึกข้อมูลแบบแนวดิ่ง (Perpendicular Recording) ในปัจจุบันจะมีความหนาแน่นของข้อมูลต่อพื้นที่ 1 ตารางเซนติเมตรถึง 155Gb ซึ่งคิดเป็นอัตราที่สูงกว่าฮาร์ดดิสก์ตัวแรกเมื่อ 50 ปีที่แล้วถึง 60 ล้านหน่วย
[8] เล็กที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ในงาน CES เมื่อเดือนมกราคม 2004 โตชิบาได้เผยโฉมฮาร์ดดิสก์ขนาด 0.85 นิ้วที่มีความจุ 4GB ซึ่งถือเป็นฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดจิ๋วที่สุดและได้รับการบันทึกสถิติ Guinness Book of World Record ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
[9] อายุยืน ต้อง 40 องศา
เมื่อปี 2007 ที่ผ่านมา Google ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์จำนวน 100,000 ตัวในศูนย์ข้อมูลของตัวเองและพบว่า ฮาร์ดดิสก์จะมีอายุการใช้งานนานขึ้นเมื่อทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิ ประมาณ 40 องศาเซลเซียส และไม่ว่าจะร้อนเกิน 45 หรือเย็นต่ำกว่า 30 องศา ก็ล้วนแต่ทำให้ฮาร์ดดิสก์มีอายุการทำงานสั้นลงทั้งสิ้น
[10] เล็กกว่าเส้นผม 5,000 เท่า
จงระวังอย่าทำตก! ฮาร์ดดิสก์ในปัจจุบันจะมีช่องว่างระหว่างหัวอ่าน-เขียนและพื้นผิวด้านบนของ จานแม่เหล็กเพียงแค่ 10 นาโนเมตร ในขณะที่เส้นผมของคนเรานั้นจะมีความหนาประมาณ 50,000 นาโนเมตร
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 กรกฎาคม 2552 12:17 น.
ความสำคัญของทะเบียนรถ ค่ะ
เลขรถที่ขับมีผลต่อชีวิต และอุบัติเหตุต่อชีวิต ขึ้นอยู่กับอำนาจดวงดาวของตัวเลขรถต่อผู้นั้น ได้มีผู้วิเคราะห์ไว้ว่า เลขนี้ส่งผลอย่างไรต่อผู้ขับ มีผู้ได้มาทดสอบ และได้ความจริงของเลขที่มีผล
ต่อคุณ ดังนี้ตัวอย่าง หมายเลขทะเบียน ศว 1212
คือ 1 + 2 + 1 + 2 = 6
ให้ดูความหมายเลข 6ตัวอย่าง หมายเลขทะเบียน ศศ 5959
คือ 5 + 9 + 5 + 9 = 28
แปลง 2 + 8 = 10
แปลง 1 + 0 = 1
ให้ดูความหมายเลข 1ความหมายเลขทะเบียนรถ
เลข 1 หมายถึง มีตำแหน่งใหญ่ มีโลกส่วนตัว ชีวิตครอบครัวไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร ส่งผลให้ทำเพียงผู้เดียว อยู่กับครอบครัว
เลข 2 หมายถึง ผู้หญิง ความสุข ความสบาย การมีคู่ช่วยเหลือและนำพาความสะดวกมาให้ รถคันนี้มากมาย
เลข 3 การมีชีวิตอยู่อย่างมี การให้กำเนิดและการเริ่มต้นที่ดีเป็นเลขพระ บ่งบอกการเริ่มต้นสำเร็จต่างๆ และกำไรต่างๆ และอาจหมายถึงอุบัติเหตุ
เลข 4 คดีความ ทะเลาะ มีปัญหา ไม่ดี แก้นำทองแผ่น 3 แผ่นแปะให้พระเจิม เป็นสิริมงคลแก่รถและขอพรเทพให้ช่วย คุ้มครองให้ปลอดภัย
เลข 5 หมายถึงการซ่องแซม การติดขัดเรื่องเงิน แก้โดยนำพวงมาลัยถวายแม่ย่านาง ทุกวันเกิดตนเองให้แคล้วคลาดและโชคดีขึ้น
เลข 6 หมายถึงแสดงถึงคนช่วยเหลือ มากมาย คนให้เงินและมีความเจริญรุ่งเรือง แคล้วคลาดจากอันตราย
เลข 7 หมายถึง ต้องเสียเงินกับการเดินทาง อุบัติเหตุแก้ให้นำดอกไม้ถวายพระในรถขอพร ให้ทุกวันเกิดตนเองจะทำให้ตนเองมีเงินมากขึ้น และแคล้วคลาด
เลข 8 หมายถึง ความรุ่งเรือง ความมั่งมี และสมหวังด้านการงานและสุขภาพ สมบูรณ์ดี
เลข 9 หมายถึง ความสำเร็จนิรันดร ความก้าวหน้า ความสุขต่อไป แคล้วคลาดปลอดภัยดี จึงควรเลือกเลขให้มีโชค เพราะจะทำให้ตัวคุณ
พบกับสิ่งทำให้ตัวเองดีขึ้นต่อไป
จะใส่แหวนนิ้วไหนดี ..........
เพราะชาย หญิงมีธาตุที่แตกต่างกันจึงมีวิธีการที่แตกต่างกัน จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แหวนวงน้อยนี้ สามารถคุ้มครองผู้สวมใส่ได้เช่นกันเรื่องนี้เป็นวัฒนธรรมที่มีมาแต่โบราณกาล อย่างที่ขุดได้ในกรุสมัยโบราณลองไปดูที่พิพิทธภัณฑ์เจ้าสามพระยาที่จังหวัดอยุธยาก็จะมีแหวนหยกแหวนทองคำแท้และรัตนชาติต่างๆ รวมอยู่ด้วย สิ่งนี้เป็นหลักฐานพยานที่ดีอย่างยิ่ง ลองดูรายละเอียดต่อไปนี้
ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์
ท่าน ที่เกิดวันอาทิตย์ ผู้หญิงให้สวมแหวนมือข้างซ้าย ส่วนผู้ชายสวมแหวนมือข้างขวา ตัวเรือนควรทำจากทองแท้ เงินแท้หรือหยกถึงจะส่งพลังดี ๆออกมาคุ้มครอง ในการสวมแหวน หากเป็นผู้ชายให้เน้นไปที่นิ้วกลางและนิ้วชี้อันหมายถึงพลังอำนาจการปกครองและ วาสนาบารมีแต่หากจะสวมแหวนที่นิ้วหัวแม่มือก็ขอให้ดูตัวเองก่อน เพราะการสวมที่หัวแม่มือนั้น ต้องเป็นผู้มีเงินทองแบบหลงจู๊อยู่แล้วไม่เช่นนั้นจะเกินวาสนาตน ส่วนผู้หญิงก็ให้สวมมือซ้ายนิ้วนางหรือนิ้วกลาง ก็จะเสริมพลังของตัวเองให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง นอกจากนี้ในการสวมแหวนหลายวงในนิ้วเดียวกันนั้น ไม่ควรทำ จะทำให้เกิดความผิดพลาดในเรื่องของความรักได้ง่าย ๆ
ผู้ที่เกิดวันจันทร์
ท่านที่เกิดวันจันทร์ผู้หญิงให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้ายส่วนผู้ชายให้สวมมือข้างขวา ตัวเรือนควรทำด้วยทองคำ เงิน นาค โลหะผสม หรือหินสีต่างๆก็ได้ แต่ควรเป็นแหวนที่วงค่อนข้างผอม บาง หัวแหวนเล็กๆ จึงจะสอดคล้องกับผู้ที่เกิดในวันจันทร์ ผู้ชายควรสวมแหวนเน้นไปที่นิ้วชี้ นิ้วนาง นิ้วกลางก็จะเสริมดวงและคุ้มครอง ห้ามสวมแหวนนิ้วก้อยและนิ้วหัวแม่มือเด็ดขาดส่วนผู้หญิงก็ให้สวมที่นิ้วกลาง นิ้วนาง นิ้วก้อย ก็จะเกิดความเจริญรุ่งเรือง สร้างพลังแห่งเมตตามหานิยมแก่เจ้าของ ไม่ควรสวมแหวนที่นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือ สามารถสวมแหวนซ้อนกันสองวงได้ แต่ถ้าเป็นสามวงซ้อนในนิ้วเดียวกันไม่ควรอย่างยิ่ง จะทำให้เกิดความผิดพลาด ในเรื่องของความรักได้ง่าย ๆ
ผู้ที่เกิดวันอังคาร
ท่าน ที่เกิดวันอังคาร ผู้หญิงให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้าย ส่วนผู้ชายให้สวมนิ้วมือข้างขวา ตัวเรือนทำด้วยอะไรก็ได้ แต่ไม่ควรเป็นของที่แตกหักได้ ตัวแหวนควรค่อนข้างหนาสักหน่อยจึงจะดีหัวแหวนควรใหญ่เช่นกันก็จะสามารถเหนี่ยวนำความเจริญรุ่งเรืองได้ผู้ชายควรสวมไว้ที่นิ้วกลางนิ้วชี้ ก็จะคุ้มครองผู้สวมใส่ ไม่ควรสวมแหวนนิ้วนางหรือนิ้วก้อยจะทำให้ไม่มีพลังส่วนผู้หญิงควรสวมแหวนที่นิ้วกลางนิ้วชี้และนิ้วนางเท่านั้นก็จะส่งพลังคุ้มครองในทุกเรื่อง ไม่ควรสวมแหวนที่นิ้วก้อย จะทำให้เสียพลังที่เข้มแข็ง ที่สำคัญการสวมแหวนซ้อนกันหลายวงในนิ้วเดียวกันสามารถทำได้ ไม่ได้ทำให้เกิดการสูญเสียหรือมีผลใด ๆในเรื่องของความรัก
ผู้ที่เกิดวันพุธ
ท่าน ที่เกิดวันพุธ ผู้หญิงให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้ายส่วนผู้ชายให้สวมที่นิ้วมือข้างขวา ตัวเรือนควรทำด้วยวัสดุธรรมชาติอย่าง ทอง เงินหรือหยก ตัวแหวนควรพอดีกับนิ้ว ไม่ควรหนาหรือบางจนเกินไป หัวแหวนควรทำด้วยรัตนชาติแท้หรือทำเป็นรูปเหลี่ยม ๆจะสามารถเพิ่มพลังของความเจริญรุ่งเรืองได้ ผู้ชายควรสวมแหวนไว้ที่นิ้วชี้ นิ้วกลางหรือนิ้วนางก็ได้ หรือจะใส่ที่นิ้วหัวแม่มือก็ได้เช่นกัน ส่วนผู้หญิงควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลางหรือนิ้วนางก็จะสามารถคุ้มครองได้ในทุกๆ เรื่อง นอกจากนี้ยังสามารถสวมแหวนหลายวง หลายนิ้วพร้อมกันได้ หรือจะซ้อนในนิ้วเดียวกันหลายวงก็ได้ ไม่ได้ทำให้เกิดผลเสียในเรื่องของความรักอย่างแน่นอน
ท่านที่เกิดวันพฤหัสผู้หญิงให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้ายส่วนผู้ชายสวมที่นิ้วมือข้างขวา ตัวเรือนทำด้วยวัสดุธรรมชาติอย่าง ทองคำ เงินหรือทองคำขาว ตัวแหวนควรพอดีกับนิ้ว หรือค่อนข้างใหญ่หน่อยก็ยังดี หัวแหวนควรทำด้วยรัตนชาติแท้ แต่ควรจะมีประกายส่องสว่าง ถึงจะสามารถเพิ่มพลังของความเจริญรุ่งเรืองได้ ผู้ชายควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลางหรือนิ้วนางก็ได้ หรือจะใส่ที่นิ้วหัวแม่มือก็ได้เช่นกัน แต่ไม่ควรสวมแหวนนิ้วก้อย ส่วนผู้หญิงควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลางหรือนิ้วนาง ก็จะสามารถคุ้มครองได้ในทุกๆเรื่อง นอกจากนี้ไม่ควรสวมแหวนพร้อมกันหลายวง จะทำให้เสียพลังในเรื่องของความรัก เปรียบเหมือนการมีรักซ้อนซ่อนรัก
ผู้ที่เกิดวันศุกร์
ท่าน ที่เกิดวันศุกร์ ผู้หญิงให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้าย ส่วนผู้ชายสวมที่นิ้วมือขวา ตัวเรือนควรทำด้วยวัสดุธรรมชาติอย่าง ทองคำ เงินหรือทำจากหิน ตัวแหวนควรมีลักษณะเป็นแฟชั่นหยักๆ หรือเป็นคลื่น หัวแหวนควรมีสีสัน หรือเป็นแหวนหลายหัวก็ได้จะสามารถเพิ่มพลังของความเจริญรุ่งเรืองได้ ผู้ชายควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง หรือนิ้วก้อย หรือจะใส่ที่นิ้วหัวแม่มือก็ได้เช่นกันส่วนผู้หญิงสามารถสวมแหวนนิ้วไหนก็ได้ในทุกนิ้ว จะสามารถคุ้มครองได้ในทุก ๆเรื่องแต่การสวมแหวนซ้อนกันมากจนเกินไป จะทำให้เสียพลังในเรื่องของความรัก เปรียบเหมือนการมีรักซ้อนซ่อนรัก หรือจะกลายเป็นคนที่รักอิสระจนเกินกว่าจะควบคุมได้
ผู้ที่เกิดวันเสาร์
ท่านที่เกิดวันเสาร์ ผู้หญิงให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้าย ส่วนผู้ชายสวมที่นิ้วมือขวา ตัวเรือนควรทำด้วยวัสดุธรรมชาติอย่าง ทองคำ เงินหรือหิน ตัวแหวนควรมีความพอดีกับนิ้ว หรือค่อนข้างใหญ่หน่อยก็ยังดี หัวแหวนควรทำด้วยรัตนชาติแท้ แต่ควรจะมีสีค่อนข้างเข้ม จะสามารถเพิ่มพลังของความเจริญรุ่งเรืองได้ ผู้ชายควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลาง หรือจะใส่ที่นิ้วหัวแม่มือก็ได้เช่นกัน แต่ไม่ควรสวมแหวนที่นิ้วก้อยหรือนิ้วนาง จะเสียพลังในการคุ้มครอง ส่วนผู้หญิง ควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลางหรือนิ้วนางก็จะสามารถคุ้มครองได้ในทุกๆเรื่อง นอกจากนี้ไม่ควรสวมแหวนพร้อมกันหลายวงจะทำให้เสียพลังในเรื่องของความรัก เปรียบเหมือนการมีรักซ้อนซ่อนรัก